Poolking ผู้ผลิตและซัพพลายเออร์อุปกรณ์สระว่ายน้ำที่ดีที่สุดของคุณโดยมีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี
อีเมล: sandy@poolking.co
ผู้เขียน: Poolking - ผู้ผลิตอุปกรณ์สระว่ายน้ำ
ระบบกรองสระว่ายน้ำใหม่ถือเป็นการลงทุนที่สำคัญสำหรับเจ้าของบ้านที่มีสระว่ายน้ำ นอกจากจะช่วยให้น้ำสะอาดและใสสะอาดแล้ว ยังช่วยให้มั่นใจได้ถึงความปลอดภัยของนักว่ายน้ำ ช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์สระว่ายน้ำ และลดต้นทุนการบำรุงรักษา ดังนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อระบบกรองสระว่ายน้ำ เจ้าของบ้านทุกคนควรตระหนักถึงต้นทุนและปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อราคา
การเปรียบเทียบราคาระบบกรองสระว่ายน้ำแต่ละประเภท
ระบบกรองสระว่ายน้ำมีหลายประเภท ซึ่งแตกต่างกันไปตามวัสดุกรองและโหมดการทำงาน ต่อไปนี้คือระบบกรองสระว่ายน้ำทั่วไปพร้อมราคาเฉลี่ย:
1. ระบบกรองทราย: เป็นระบบกรองสระว่ายน้ำแบบดั้งเดิมและราคาประหยัดที่สุดที่ใช้ทรายเป็นวัสดุกรอง ราคาเฉลี่ยของระบบกรองทรายอยู่ระหว่าง 200 ถึง 600 ดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นอยู่กับขนาดและยี่ห้อ
2. ระบบกรองแบบตลับ: ระบบกรองสระว่ายน้ำนี้ใช้ตลับกรองแบบจีบเพื่อกรองเศษผง สิ่งสกปรก และอนุภาคแขวนลอย ราคาเฉลี่ยของระบบกรองแบบตลับอยู่ระหว่าง 300 ถึง 800 ดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นอยู่กับขนาดและยี่ห้อ
3. ระบบกรองแบบ DE: ระบบกรองสระว่ายน้ำแบบดินเบา (DE) เป็นระบบกรองสระว่ายน้ำที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุด ซึ่งสามารถดักจับสิ่งสกปรกและแบคทีเรียขนาดเล็กที่สุดได้ ราคาเฉลี่ยของระบบกรองสระว่ายน้ำแบบ DE อยู่ระหว่าง 500 ถึง 1,200 ดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นอยู่กับขนาดและยี่ห้อ
อะไรบ้างที่ส่งผลต่อต้นทุนของระบบกรองสระว่ายน้ำ?
นอกเหนือจากประเภทของระบบกรองสระว่ายน้ำแล้ว ปัจจัยต่อไปนี้ยังส่งผลต่อต้นทุนของระบบกรองสระว่ายน้ำด้วย:
1. ขนาดสระว่ายน้ำ: ยิ่งขนาดสระว่ายน้ำใหญ่ ระบบกรองน้ำในสระก็จะยิ่งครอบคลุมมากขึ้น และส่งผลให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นตามไปด้วย
2. การใช้สระว่ายน้ำ: หากสระว่ายน้ำมีการใช้งานบ่อยครั้ง จำเป็นต้องมีความสามารถในการกรองมากขึ้น และจำเป็นต้องใช้ระบบกรองสระว่ายน้ำแบบหนัก ค่าใช้จ่ายก็จะเพิ่มขึ้น
3. แหล่งน้ำ: หากแหล่งน้ำที่ใช้เติมสระมีความกระด้าง ค่าใช้จ่ายของระบบกรองสระก็จะเพิ่มขึ้น เนื่องจากน้ำกระด้างมีแร่ธาตุมากกว่า ซึ่งทำให้ระบบกรองอุดตัน
4. ความซับซ้อนของการติดตั้ง: ระบบกรองสระว่ายน้ำที่ต้องมีงานประปาและการติดตั้งไฟฟ้าจำนวนมากจะมีราคาแพงกว่าระบบกรองสระว่ายน้ำแบบเสียบปลั๊กแล้วใช้งานได้ทันที
5. ยี่ห้อ: ยี่ห้อของระบบกรองสระว่ายน้ำยังส่งผลต่อต้นทุน โดยแบรนด์ระดับไฮเอนด์จะมีราคาแพงกว่าแบรนด์มาตรฐาน
ค่าบำรุงรักษาระบบกรองสระว่ายน้ำ
ค่าใช้จ่ายของระบบกรองน้ำสระว่ายน้ำไม่ใช่ค่าใช้จ่ายเดียวที่เจ้าของบ้านควรพิจารณา พวกเขายังควรคำนึงถึงค่าบำรุงรักษาระบบกรองน้ำสระว่ายน้ำด้วย ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนวัสดุกรอง ปั๊มสระว่ายน้ำ และค่าไฟฟ้า โดยเฉลี่ยแล้ว เจ้าของบ้านควรตั้งงบประมาณค่าบำรุงรักษาประจำปีไว้ที่ประมาณ 100-500 ดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นอยู่กับประเภทและขนาดของระบบกรองน้ำสระว่ายน้ำ
บทสรุป
โดยสรุปแล้ว การลงทุนในระบบกรองสระว่ายน้ำใหม่ถือเป็นขั้นตอนที่จำเป็นในการรักษาสระว่ายน้ำให้สะอาด ถูกสุขอนามัย และปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ต้นทุนของระบบกรองสระว่ายน้ำไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ต้องพิจารณา ปัจจัยสำคัญอื่นๆ เช่น ขนาดสระ การใช้งาน แหล่งน้ำ และความซับซ้อนของการติดตั้ง ก็มีผลต่อต้นทุนของระบบกรองเช่นกัน เพื่อการตัดสินใจอย่างชาญฉลาด เจ้าของบ้านควรพิจารณาต้นทุนเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับและค่าบำรุงรักษาระบบกรองสระว่ายน้ำก่อนตัดสินใจซื้อ
-ติดต่อ: แซนดี้
อีเมล: sandy@poolking.co
สายด่วนฝ่ายขาย: +86-20-34982303
วอทส์แอป: +86-13922334815
เพิ่ม: ไม่ 80, ถนน Danan North, หมู่บ้าน Dagang, เมือง Dagang, เขต Nansha, เมืองกวางโจว (สถานที่ประกอบธุรกิจชั่วคราว)